ไหว้พระ ขอพรเสริมดวง วัดหลวงพ่อโสธร

“หลวงพ่อโสธร” เป็นหนึ่งในตำนานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของไทย ด้วยประวัติอันยาวนานไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้าง แต่ความสวยงามและความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธรกลายเป็นที่เล่าขานสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนจนถึงปัจจุบันยังคงเป็นที่เคารพภักดีของชาวบ้านมาโดยตลอด วันนี้ไทยรัฐออนไลน์พาไปรู้จักกับประวัติหลวงพ่อโสธรแห่งวัดหลวงพ่อโสธร เพื่อเตรียมความพร้อมในการขอพรอย่างถูกต้อง

วัดหลวงพ่อโสธรเป็นชื่อที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 หลังจากเปลี่ยนการใช้คำภาษาไทยให้สวยงาม ตามความหมายของพุทธบูชา แต่เดิมเขียนว่า “โสธร” แปลว่า “ร่วมมุดพี่น้อง” เนื่องจากตำนานหลวงพ่อโสธรองค์นี้มาจากพระพุทธรูปลอยน้ำ

ในอดีตกล่าวกันว่ามีพระพุทธรูปลอยน้ำ 3 องค์องค์แรกคือ “หลวงพ่อวัดบ้านแหลม” ที่ชาวบ้านอัญเชิญมาไว้ที่วัดบ้านแหลม จ. สมุทรปราการองค์ที่ 2 คือ “หลวงพ่อโตบางพลี” ซึ่งชาวบ้านอัญเชิญมาไว้ที่วัดบางพลีจ. สมุทรปราการเช่นกัน

สุดท้ายลอยไปไกลถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา มาปรากฏตัวที่หน้าวัดหงส์หรือวัดเสาธงทอนชาวบ้านให้ชื่อ “หลวงพ่อโสธร” เพราะมีความหมายว่าเป็นพี่น้องกับพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ที่ลอยมาพร้อมกันในวันที่อัญเชิญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากแม่น้ำ . ในวันแรม 14 ค่ำเดือนประมาณ พ.ศ. 2313 ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าตากสิน ก่อตั้งกรุงธนบุรี

รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสฉะเชิงเทราเมื่อปี พ.ศ. 2451 และได้พบเห็นหลวงพ่อวัดโสธร และพูดกับหลวงพ่อว่า

คนสำคัญที่เป็นหมอที่ดีคือคนที่อยู่ตรงกลางดูที่ตักและเอวงามแบบเดียวกับพระพุทธรูปเทวดา (วัดพระเชตุพน) แต่ส่วนบนกลายเป็นฝีมือของผู้ที่ทำ ลอยอยู่ในน้ำมันเป็นเรื่องจริงเพราะมันเป็นหินอาจจะทำที่นี่ไม่ได้”

กรมศิลปากรได้ศึกษาพระพุทธโสธรโดยละเอียด พบว่าวัสดุที่ใช้สร้างหินทรายหลวงพ่อโสธรองค์ปัจจุบันมีลักษณะเป็นปูนปั้นลงรักปิดทองรูปองค์พระเกตุมาลาแบบศิลปะล้านนาที่แขนขวามีสร้อยข้อมือรัดอยู่ จีวรกว้าง 3 ศอก 5 นิ้ว (กว้าง 1.65 เมตรสูง 1.98 เมตร) และพระพุทธรูปอื่น ๆ อีก 13 องค์ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชี โดยมีหลวงพ่อโสธรอยู่ตรงกลาง

ส่วนประวัติ “วัดหลวงพ่อโสธร” หรือ “วัดโสธรวรารามวรวิหาร” เว็บไซต์อบต. สนามจันทร์จ. ฉะเชิงเทราอธิบายว่าเดิมเรียกว่าวัดหงส์เนื่องจากเสาหงส์สูงปลายเสาเป็นหงส์ คาดว่าสร้างจากฝีมือของชาวมอญ หลังจากที่โพสต์หักส่วนที่เป็นหงส์ล้ม ชาวบ้านจึงผูกผ้า ดังนั้นผู้ที่พบเห็นจึงเรียกว่า“ วัดเสาธง” เมื่อผ่านแดดและฝ่าฝนหลายครั้งเสานี้ก็หักลงมาอีกครั้งชาวบ้านจึงเรียกว่า“ วัดเสาธงต้น” ตามลักษณะของเสาหักเข้า สองชิ้น

จากหนังสือโสธรวรารามวรวิหารเล่าประวัติวัดหลวงพ่อโสธรสมัยรัชกาลที่ 5 มีการสะกดคำว่า “โสธร” ด้วยทหารและในปี พ.ศ. 2458 สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสเสด็จไปรับราชการคณะสงฆ์จังหวัดฉะเชิงเทรา ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า“ ผู้ตั้งชื่อวัดนี้ว่า ‘วัดโสธร’ ไม่ใช่คนไม่มีความรู้ เพราะชื่อนี้เป็นชื่อที่ไพเราะคำแปลทั้งสองมีความหมายที่ดีเช่นกัน

วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2458 รัชกาลที่ 9 พระราชทานยก “วัดโสธร” ขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร นามว่า “วัดโสธรวรารามวรวิหาร”

ผู้ที่มาขอพรที่วัดหลวงพ่อโสธรมักจะมาขอโชคลาภธุรกิจการแพทย์และอื่น ๆ เพราะบางคนเชื่อในความฝัน การทำนายเลขเพิ่มจึงมักจะขอพรเพื่อหาตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับวันเกิดของหลวงพ่อโสธรรวมถึงขนาดหน้าตักและความสูงขององค์พระพุทธรูปเพื่อเสี่ยงโชคอย่างไรก็ตามหากได้ผลตามที่กล่าวมาผู้บูชามักจะแก้บนด้วยไข่ต้มหรือเครื่องเซ่นซึ่งมีขนาดใหญ่ พบตะกร้าไข่ต้มและนางรำในบริเวณวัด

จากการสาธยายในภายหลังหากใครมาสวดมนต์ไหว้พระที่วัดหลวงพ่อโสธรมักจะเตือนกัน ว่าห้ามขอไม่ผ่านเกณฑ์ทหารเพราะเล่าสู่กันฟังว่าใครมาขอจับใบดำใบแดงได้ใบแดงเสมอรวมทั้งขอลูกที่อาจไม่สำเร็จ